OPPO R15 Pro เครื่องเด่นจอใหญ่เต็มตา

August 15, 2019

news

Comments Off on OPPO R15 Pro เครื่องเด่นจอใหญ่เต็มตา


OPPO R15 Pro เครื่องเด่นจอใหญ่เต็มตา เรือธงกล้องคู่ AI ตัวท็อป พร้อมเซ็นเซอร์ Sony IMX519 ที่ไม่กลัวความมืด! ผสานจอ Super Full Screen ไร้ขอบ, กล้องหน้า AI Beauty HDR, ชิปเซ็๋ต Snapdragon 660 AIE, RAM 6GB, RAM 128GB และแบตเตอรี่ชาร์จไว VOOC บนบอดี้กระจกไล่เฉดสุดเงางาม ไฮเอนด์จัดเต็มได้ ในราคาไม่ถึงสองหมื่น!

หากถามถึงสมาร์ทโฟนตัวท็อปของแบรนด์ OPPO ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ชื่อที่ใครๆ ต้องนึกถึงเป็นอันดับแรก ก็คงจะหนีไม่พ้นตระกูล R-Series อย่างแน่นอน โดยสมาร์ทโฟนในตระกูลนี้มีจุดเด่นหลายอย่างเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาดใหญ่, ดีไซน์สวยหรูพรีเมียม, กล้องถ่ายภาพสวยคมชัดทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง และคุณสมบัติระดับสูง ในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งล่าสุดทาง OPPO ก็ได้นำสมาร์ทโฟนรุ่นต่อยอดอย่าง OPPO R15 Pro เข้ามาจัดจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว พร้อมทั้งได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ และเคาะราคาขายออกมาที่ 19,990 บาท

สำหรับจุดขายสำคัญของ OPPO R15 Pro ก็คงจะเป็นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง โดยกล้องดิจิทัลด้านหลังจะเป็นแบบคู่ (Dual Camera) ที่มีความละเอียด 20+16 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus), ระบบป้องกันการสั่นแบบ EIS (Electronic Image Stabilization), รองรับเทคโนโลยี AI Portrait Mode กับ AI Scene Recognition และไฟแฟลชแบบ Dual-LED ส่วนกล้องดิจิทัลด้านหน้ามีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ f/2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี Sensor HDR และรองรับเทคโนโลยี AI Beauty 2.0

ซึ่งนอกจากในเรื่องของกล้องถ่ายภายแล้วนั้น ทางด้านการออกแบบดีไซน์ ก็ได้รับการออกแบบใหม่หมดจดทั้งเครื่อง โดยตัวเครื่องของ OPPO R15 Pro นั้นใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบ Double-Sided Glass Unibody ซึ่งกรอบตัวเครื่องเป็นโลหะอะลูมิเนียม ผสานกระจกแบบ Gorilla Glass 5 ที่ด้านหน้า และด้านหลัง จึงทำให้ตัวเครื่องมีความสวยงาม หรูหรา พรีเมียม และแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ไม่เพียงเท่านั้น ทาง OPPO ยังได้ร่วมมือกับ Karim Rashid ดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับโลก ในการออกแบบสีสันบนตัวเครื่องของ OPPO R15 Pro ให้เป็นแบบไล่เฉดสีได้ ซึ่งช่วยให้ตัวเครื่องของ OPPO R15 Pro ดูสะดุดตามีมิติน่าหลงไหลมากขึ้น

นอกจากนี้ คุณสมบัติเด่นอื่นๆ ทาง OPPO ก็ใส่มาในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้แบบไม่มีกั๊ก ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอแสดงผลแบบ OLED Super Full Screen Display ความละเอียดระดับ Full HD+ (2280×1080 พิกเซล) ขนาด 6.28 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9 พร้อมครอบทับด้วยกระจอขอบนูนแบบ 3D Corning Gorilla Glass 5, มีโหมดถนอมสายตา, รองรับการแบ่งหน้าจอเพื่อใช้งาน 2 แอปพลิเคชัน พร้อมๆ กัน, รองรับการโคลนนิ่งแอปพลิเคชัน, รองรับฟังก์ชัน Hold of distraction สำหรับเล่นเกม และสนทนาไปพร้อมๆ กัน, เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ, ระบบสแกนใบหน้า (Facial Unlock), รองรับการใช้งานได้พร้อมกัน 2 ซิมการ์ด, รองรับ Dual 4G, รองรับระบบเสียงแบบ Dirac และแบตเตอรี่ขนาด 3430 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง (VOOC Flash Charge)

ในส่วนของคุณสมบัติด้านการประมวลผลนั้นก็จัดอยู่ในระดับกลาง ไม่ว่าจะเป็น ชิปเซ็ต 64-Bit Octa-Core Qualcomm SD660 Snapdragon 660 AIE ความเร็วในการประมวลผล 2.2 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิกแบบ Adreno 512, หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 128 GB, หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 6 GB และขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.0 (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1 Oreo)

จากข้อมูลในข้างต้นจะเห็นได้ว่า OPPO R15 Pro ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นต่อยอดที่มีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหลายๆ ด้าน เริ่มตั้งแต่ กล้องถ่ายภาพด้านหลังที่เปลี่ยนมาเป็นแบบคู่ (Dual Camera) พร้อมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยประมวลผลภาพ, ตัวเครื่องที่เป็นดีไซน์ใหม่ทั้งเครื่อง พร้อมสเปกระดับไฮเอนด์ ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทุกระดับทุกรูปแบบ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ขอเชิญทุกท่านไปรับชมรีวิว OPPO R15 Pro แบบทุกซอกทุกมุม กับความสามารถของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ในด้านต่างๆ ไปพร้อมๆ กันได้เลยครับ

สำหรับ OPPO R15 Pro นั้นมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลไร้ขอบแบบ OLED Super Full Screen Display ความละเอียดระดับ Full HD+ (2280×1080 พิกเซล) ขนาด 6.28 นิ้ว ในอัตราส่วน 19:9 พร้อมครอบทับด้วยกระจอขอบนูนแบบ 3D Corning Gorilla Glass 5 โดยมีขนาดของตัวเครื่องอยู่ที่ 156.5×75.2×8.0 มิลลิเมตร กับน้ำหนัก 180 กรัม

ด้านหน้าส่วนบนมีกล้องดิจิทัลความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุด f/2.0 พร้อมรองรับเทคโนโลยี Sensor HDR กับเทคโนโลยี AI Beauty 2.0, ลำโพงเสียงสำหรับฟังขณะทำการสนทนา, เซ็นเซอร์ Accelerometer ที่ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้ และเซ็นเซอร์ Proximity สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน

ด้านหลังของตัวเครื่องมีกล้องดิจิทัลแบบคู่ (Dual Camera) ความละเอียด 20+16 ล้านพิกเซล ที่มาพร้อมกับระบบโฟกัสภาพอัตโนมัติแบบ PDAF (Phase Detection Autofocus), ระบบป้องกันการสั่นแบบ EIS (Electronic Image Stabilization), ไฟแฟลชแบบ Dual-LED พร้อมรองรับฟังก์ชัน 3D Portrait Lighting สำหรับปรับแต่งการจัดแสงให้แก่ตัวแบบ และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ อีกทังยังมีแบตเตอรี่ขนาด 3430 mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีการชาร์จแบตเตอรี่ความเร็วสูง (VOOC Flash Charge : ชาร์จแบตเตอรี่ 5 นาที ใช้งานสนทนาได้ 2 ชั่วโมง)